พี่ครับผมอยากได้ Feedback

การที่เรามีเป้าหมายในชีวิตย่อมเป็นเรื่องที่ดี (Goal) มันช่วยทำให้เรารู้ว่าเราควรใช้ชีวิตไปในทิศทางใด (Direction) แต่ก่อนที่เราจะรู้ทิศทางที่เราต้องเดินไปนั้น เราจำเป็นที่จะต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ในทำนองเดียวกันกับการทำงาน เรามีเป้าหมายของงานที่เรากำลังทำคืออะไร (Goal) ตอนนี้ตำแหน่งที่เราอยู่ เราอยู่ตรงไหนแล้ว และเราต้องไปในทิศทางไหน (Direction) เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายนั้น ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง (What) เพื่อที่จะไปตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของเราได้ (Why)

พลังของ Yes, but กับ Yes, and ในการ Brainstorm

มีโอกาสได้ไปเรียนคลาส Design thinking กับพี่รูฟเมื่อหลายเดือนก่อน ในคลาสนั้นเจนกับจั๊วะได้เอาเรื่อง Yes, but กับ Yes, and มาเล่าให้ฟัง ซึ่งจริง ๆ ก็คุ้น ๆ ว่าจั๊วะเคยเล่าให้ฟังตอนสมัยทำงานด้วยกัน แต่สุดท้ายก็ลืมเอาไปใช้ วันนี้มีโอกาสได้มาฟังเจนพูดถึงเรื่องนี้อีกทีในคลาส Product discovery ก็เลยเอามาบันทึกไว้เสียหน่อย จะได้ไม่ลืมอีก

รู้จักฉัน รู้จักเธอ ด้วย Agile Talent Dynamics

ในบล็อกที่แล้ว เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Diversity ในทีม เปรียบเทียบกับความเข้ากันของอาหารบนโต๊ะ ทีนี้ถ้าเรามอง Diversity ในมุมที่เป็นลักษณะ และบุคลิกของแต่ละคนล่ะ เราจะมองยังไงดี

ส่วนผสมที่กลมกล่อม

ได้มีโอกาสดูคลิปหนึ่ง ที่ตัดมาจากการพูด TED Talk ของ Yves Morieux เขาพูดถึงการแข่งวิ่งผลัดของทีมชาติฝรั่งเศสแข่งกับทีมชาติอเมริกา ในช่วงแรกเขาเปรียบเทียบให้ดูแบบรายคน ก็พบว่า นักกีฬาของอเมริกาแต่ละคน วิ่งเร็วกว่านักกีฬาของฝรั่งเศส ดังนั้นเราสามารถเดาได้เลยว่า ตอนเวลาแข่งวิ่งผลัดจริง ๆ ทีมชาติอเมริกาจะต้องชนะแน่ พวกเราส่วนใหญ่ ก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกันกัน

Retrospective ด้วย Team Goal/Team Release

เป้าหมายหนึ่งของการทำ retrospective คือจะทำยังไงให้ทีม ได้เติบโต และพัฒนาขึ้นในฐานะของทีม มีวันหนึ่งได้มีโอกาสไป facilitate กิจกรรม retrospective ให้กับทีม เลยลองเอาไอเดียที่ได้มาจากตอนทำ product discovery คือการหา product goal และ product release มาประยุกต์ใช้กับทีมดู

แนวคิด Modernization/Westernization กับ Agile Adoption

ในยุคของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงได้ทำการปฏิรูปบ้านเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแสดงให้เห็นถึงการมีอารยะของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาจากการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตกที่เอาความคิดที่ว่าคนขาวมีภาระที่จะทำให้ประเทศต่าง ๆ เจริญขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งภายในประเทศ การปฏิรูปนี้ใช้แนวความคิดที่เรียกว่า Modernization หรือ การทำให้ทันสมัย เช่น การยกเลิกระบบไพร่ ทาส การปรับปรุงด้านการศึกษาโดยการจัดตั้งโรงเรียน การให้ทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ มีการนำวิทยาการทันสมัยมาปรับใช้ เป็นต้น ส่วน Westernization คือการทำให้เป็นชาติตะวันตก ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คำว่า Modernization กับ Westernization แทบจะมีความหมายเดียวกัน นั่นคือ การตีความที่ว่าการที่เราทำเหมือนชาติตะวันตก จะแปลว่าเราทันสมัย

เพราะเราคุยกัน เราจึงเข้าใจกัน

มีโอกาสได้ลองทำ retrospective ให้กับทีม กิจกรรมหนึ่งที่เอามาให้ทีมได้เล่นคือ … แม่ง ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย ตอนเอามาให้เล่น คิดว่ามันน่าสนุกดี และน่าจะได้อะไรจากกิจกรรมอยู่ ส่วนเรื่องชื่อเรียก ช่างมันก่อน เลยยังไม่ได้คิดจนถึงวันนี้ (จริง ๆ แล้ว เคยให้ทีมช่วยคิดแล้ว แต่ลืมว่าวันนั้นทีมช่วยกันตั้งชื่อว่าอะไร ต้องขอโทษทีมด้วยครับ ลืมจริง ๆ)

ในฐานะ developer เราเรียนรู้อะไรจาก wildebeest migration

ตอนเช้าได้ฟังที่ดีเจเหมียวคลื่น Get 102.5 มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับที่ไปเที่ยวเคนย่า แล้วได้ไปดูฝูง wildebeest อพยพ ตอนฟังก็รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย wildebeest เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายวัว มีเขาโค้ง และมีเครายาว อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง การอพยพจะเริ่มต้นตอนที่เข้าหน้าแล้งของพื้นที่ที่มันอยู่อาศัย เพื่อไปยังแหล่งอุดมสมบูรณ์อีกแห่ง ตามทิศทางของกลุ่มฝนที่ตกก่อนหน้านี้ นั่นคือ เมื่อฝนตกในบริเวณถัดไป หญ้าอ่อนเริ่มขึ้น หญ้าตรงที่พวกมันอยู่ก็เริ่มหมด และพื้นดินเริ่มแห้งแล้ง พวกมันก็จะเริ่มทำการอพยพ และพอในพื้นที่ถัดไปเริ่มแห้งแล้งอีก พวกมันก็จะอพยพกลับมาอีก วนไปวนมาเป็นวงกลมทุก ๆ ปี ดังนั้นในทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปคอยดูการอพยพของพวก wildebeest เสมอ ๆ

เข้าใจเหตุและผลด้วย Causal Loop Diagram (CLD)

ในปัญหาที่มัน scale เล็ก ๆ เรื่องบางเรื่องอาจจะถูกอธิบายได้ง่าย ๆ ด้วยข้อความสั้น ๆ เช่น ถ้าเรามองแค่เรื่องผลกระทบระหว่างการทดสอบ software กับจำนวน defect ของ software มันก็จะเป็นอะไรที่ดูง่าย และตรงไปตรงมา คือ ถ้าการทดสอบ software มีมาก จำนวน defect ก็จะน้อย ถ้าเราทดสอบ software น้อย จำนวน defect ก็จะมาก แต่ในปัญหาเดียวกัน หากเรามองปัญหาใน scale ระดับใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย เราเริ่มเพิ่มตัวแปรที่เกี่ยวข้องลงไปในปัญหาให้มากขึ้น เช่น จำนวน feature, เวลา, จำนวน developer เราจะเริ่มเห็นผลกระทบที่ซับซ้อนมากขึ้น จนลำบากที่จะอธิบายด้วยคำพูดสั้น ๆ ให้เข้าใจได้ ทำให้การนำไปสื่อสารเพื่อให้คนอื่นเข้าใจเป็นไปได้ยากมากขึ้น หรืออาจจะเข้าใจผิด หรือตีความผิดได้ง่ายขึ้น

Brooks’s Law

ในบริบทการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ feature ถูกกำหนดไว้แล้ว (fixed scope) และเวลาที่จะต้องส่งมอบก็ถูกกำหนดไว้แล้ว (fixed time) หลาย ๆ องค์กรยังคิดว่า การเพิ่มคนลงใน software project จะช่วยให้ project เสร็จเร็วขึ้น หรือเสร็จทันเวลาได้ Fred Brooks กล่าวไว้ในหนังสือ The Mythical Man-Month เกี่ยวกับ Software Project Management ว่า “adding human resources to a late software project makes it later”