แนวคิด Modernization/Westernization กับ Agile Adoption

ในยุคของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงได้ทำการปฏิรูปบ้านเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแสดงให้เห็นถึงการมีอารยะของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาจากการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตกที่เอาความคิดที่ว่าคนขาวมีภาระที่จะทำให้ประเทศต่าง ๆ เจริญขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งภายในประเทศ

การปฏิรูปนี้ใช้แนวความคิดที่เรียกว่า Modernization หรือ การทำให้ทันสมัย เช่น การยกเลิกระบบไพร่ ทาส การปรับปรุงด้านการศึกษาโดยการจัดตั้งโรงเรียน การให้ทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ มีการนำวิทยาการทันสมัยมาปรับใช้ เป็นต้น

ส่วน Westernization คือการทำให้เป็นชาติตะวันตก ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คำว่า Modernization กับ Westernization แทบจะมีความหมายเดียวกัน นั่นคือ การตีความที่ว่าการที่เราทำเหมือนชาติตะวันตก จะแปลว่าเราทันสมัย

ในความเป็นจริงแล้ว Modernization กับ Westernization นั้นต่างกัน เพราะในคำว่า Westernization มันนอกจากการบ่งบอกถึงการเอาวิทยาการจากตะวันตกมาใช้แล้ว มันยังรวมถึงการเอาวัฒนธรรม รูปแบบการใช้ชีวิตมาใช้อีกด้วย นั่นหมายถึงหากเราต้องการที่จะมีรูปแบบชีวิตที่แตกต่างออกไป มันก็จะขัดกับ Westernization

ดังนั้นแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการที่ทรงนำเฉพาะ Modernization มาปรับใช้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และน่าจะสอดคล้องต่อบริบทสังคมไทยที่มีความแตกต่างกันอย่างมากกับชาติตะวันตก

เราลองเอาภาพนี้มาเปรียบเทียบกับการเอา Agile มาใช้ในองค์กรบ้าง

Agile เปรียบเหมือนวิทยาการ องค์กรที่ประสบความสำเร็จจากการนำ Agile ไปใช้ เปรียบเหมือนชาติตะวันตก เราจะ Westernization โดยการทำให้องค์กรเรา ทำทุกอย่างเหมือนกับองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จ ทั้ง ๆ ที่เรามีวัฒนธรรมองค์กรที่ต่างกัน เรามีผู้บริหารที่ต่างกัน เรามีวิสัยทัศน์ต่างกัน เรามีกลุ่มคนทำงานที่ต่างกัน แล้วทำไมเราถึงคิดว่ามันจะให้ผลเหมือนกัน

ดังนั้นการเอา Agile มาใช้ในองค์กรมันจึงไม่ใช่เรื่องของการเลียนแบบองค์กรที่ประสบความสำเร็จ แต่มันเป็นเรื่องปรับเอาแนวคิดของ Agile มาใช้ให้เหมาะสมกับองค์กร อะไรที่ควรโฟกัส อะไรที่ควรปฏิบัติ อะไรที่ควรยกเลิก อะไรที่เป็นเป้าหมายของ Agile เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เดียวกัน เราอาจจะมีกระบวนการปฏิบัติที่แตกต่างกันเพื่อให้เข้ากับบริบทขององค์กรก็ได้

จริง ๆ แล้ว ใน Agile เองมันมี Manifesto และ Principle ให้เราเอาไปใช้เป็นแนวคิดอยู่แล้ว เพียงแค่เราหยิบมาใช้ เอามาใช้เป็นเข็มทิศ เพื่อดูว่าสิ่งที่เราอยากทำ เราควรทำหรือไม่

มองย้อนกลับไปที่ Modernization

สิ่งที่สำคัญของการทำ Modernization จึงไม่ใช่เรื่องของเราจะเอาอะไรมาใช้ แต่มันเป็นเรื่องของทำไมเราถึงเอาสิ่งนั้นมาใช้ ตั้งต้นที่ความต้องการที่แท้จริง แล้วค่อยหาวิธีการว่าจะทำอะไรได้บ้าง โดยมีวิธีปฏิบัติของหลาย ๆ องค์กรเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้เหมาะกับองค์กรและสถานการณ์ที่เป็นอยู่

สิ่งที่จะต้องรำลึกไว้เสมอคือ ถึงแม้เราจะใช้วิธี Modernization แต่มันไม่มีวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่จะสามารถแก้ปัญหาทุก ๆ ปัญหาได้ เราจะต้องเรียนรู้ จะต้องเปิดรับ feedback และปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์เสมอ โดยเอาเป้าหมายตั้งไว้ตามแนวทาง Inspect and Adapt with Transparency

เมื่อเราต้องเรียนรู้ เราเองก็ต้องยอมรับว่าการเรียนรู้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และแน่นอน การเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงระดับองค์กร มันย่อมใช้เวลา เราอาจจะต้องอดทน เพื่อให้ทั้งองค์กรได้เดินไปพร้อม ๆ กัน จนกว่าทุกคนในองค์กร จะสามารถเดินหรือวิ่งได้ในจังหวะเดียวกัน เราถึงจะเคลื่อนที่ไปได้เร็วขึ้น

ถ้าเราตั้งเป้าหมาย ถึงช้าหรือถึงเร็ว มันก็คือถึงเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่สนใจทิศทาง เราไม่เคยหยุดเพื่อที่จะย้อนกลับมามองตัวเราเอง มองตำแหน่งที่เราอยู่ ถึงตั้งเป้าหมายไว้ เราอาจจะไม่มีวันไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ก็ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *