การสูญเสีย

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2560 เป็นวันครบรอบ 1 ปีของการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว ได้ข่าวที่ไม่สู้ดีนักลือกันในที่ทำงาน ว่าพระองค์ประชวรหนัก และพระราชโอรส พระราชธิดาและพระราชนัดดา ต่างเสด็จไปที่โรงพยาบาลกัน สิ่งที่ทำได้ก็มีแค่พยายามปิดหูปิดตา ไม่อยากรับรู้ข่าวสารอะไรทั้งนั้น เพราะมันทำให้เสียสมาธิในการทำงาน เพราะว่าถ้ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจริง ๆ คงไม่สามารถอดกลั้นอะไรไว้ได้แน่ ๆ จนกระทั่งตอนช่วงเย็น ๆ ข่าวก็เริ่มลือกันว่าพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว ใจนึงก็ไม่อยากเชื่อ น่าจะเป็นเรื่องที่แต่งเติมเสริมกันไป อีกใจนึงก็เชื่อไปแล้ว พอเลิกงานก็เดินทางกลับบ้าน ก็ได้ยินข่าวจากในทีวีของร้านค้าแถว ๆ ท่าเรือประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ในใจก็แน่แล้ว ชัดแล้ว จะอดทนได้ถึงบ้านไหม นั่งเรือมาถึงฝั่งท่ากำนันขาว นกฮูกก็มารับพอดี ขึ้นรถได้เท่านั้นแหละ ก็ปล่อยโฮเลย

นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต แวะกลับไปบ้านที่บางกะปิ ได้คุยกับหม่าม้า ว่าป๊าเป็นยังไงบ้าง เพราะป๊ารักในหลวงมาก หม่าม้าก็บอกว่า ป๊าร้องไห้เยอะมาก พูดอะไรไม่ออก ได้แค่เดินไปกอดป๊าไว้เท่านั้น

ผ่านมาหนึ่งปี วันนี้เลยวันที่ทางพระราชวังเขาให้เข้าไปถวายความอาลัยแล้ว ตลอดปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ไป ในใจลึก ๆ รู้สึกว่าไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปถวายความอาลัย เพราะในใจเรา เรารู้สึกอาลัยและคิดถึงพระองค์อยู่เสมอ อีกอย่างนึงก็ไม่อยากไปเพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาต้องมาดูแลเราด้วย

วันนี้ได้มีโอกาสไปที่ด้านนอกพระราชวังกับนกฮูก เรื่องราวเก่า ๆ เมื่อปีที่แล้วก็กลับขึ้นมา ตอนเดินผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 น้ำตาก็รื้นขึ้นมา ความรู้สึกสูญเสีย มันไม่เคยหายไป

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรื่องราวส่วนที่เหลือก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป
ส่วนเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว ก็จะประทับอยู่ในใจไม่ลืมเลือน

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้
ครอบครัวจักรศรีพร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *