มาราธอนแรก

I am a MARATHONER.

เรียกได้เต็มปากละ จบมาราธอนครั้งแรกในชีวิตจนได้ด้วยระยะ 42.59km อาจจะได้มากหรือน้อยกว่าคนอื่นก็ไม่รู้ แต่ระยะนี้รวมระยะวิ่ง ระยะทางแวะเข้าห้องน้ำ และระยะทางวิ่งเข้าเซเว่นด้วย

มาราธอนครั้งแรก วางแผนไว้ว่าจะนอนเร็ว ๆ กะไว้ประมาณ 6 โมงเย็น ตอนวิ่งก็จะวิ่งเซฟ ๆ ตั้งเป้าไว้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ขอแค่จบแบบไม่เจ็บก็พอ เอาเข้าจริงทุกอย่างมันไม่ค่อยเป็นไปตามแผนซักเท่าไหร่ เริ่มต้นจาก …

  1. พลาดไปกินกาแฟ 2 แก้วตอนเช้าในวันก่อนแข่ง ปกติกินวันละไม่เกิน 1 แก้ว ไม่แน่ใจว่ามีผลทำให้นอนไม่หลับมั๊ย
  2. เชียงใหม่รถติด กะว่าจะกลับมาถึงที่พักตั้งแต่ก่อน 5 โมงเย็น จะได้เตรียมตัวจัดของ และนอนได้เร็ว เอาเข้าจริง ถึง 6 โมงครึ่ง
  3. นอน homestay 2 ชั้น ชั้น 2 และวันก่อนแข่ง มีเด็กต่างชาติมาเล่นเสียงดังอยู่ชั้นล่าง จนที่กำลังเคลิ้ม ๆ ต้องลุกไปรบกวนแม่เด็กให้มาจัดการ อันนี้ไม่ได้โทษที่พัก ไม่ได้โทษเด็ก แต่มันแจ๊คพอตมาเจอกันพอดี ถ้าเป็นวันอื่นผมคงไม่รบกวนเด็ก ๆ แบบนี้
  4. จากข้อ 1-3 ทำให้ผมตื่น และนอนไม่หลับอีกเลย ผมพยายามหลับตาแล้วนอนเฉย ๆ แต่ไม่ช่วยอะไร ได้ยินเสียงทุกอย่างข้างนอกไกล ๆ เสียงรถบรรทุก เสียงมอเตอร์ไซค์ เสียงลมพัดแรง ๆ เวลาก็ค่อย ๆ ผ่านไปจนกระทั่ง ตี 1 ที่จะต้องตื่นไปวิ่ง นั่นคือ ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

วันวิ่ง รองท้องด้วยขนมปังโฮลวีทแบบนุ่ม 2 แผ่นกับกล้วยหอมลูกใหญ่มาก 1 ลูก แล้วก็วอร์มด้วยการยืดเส้นสาย และวิ่งเบา ๆ ในบริเวณงาน บรรยากาศต่างจากที่คาดไว้เล็กน้อย ปกติตอนผมไปงานที่อื่น เค้าจะมีพวกบูธสปอนเซอร์ต่าง ๆ มาแจกน้ำ แจกเกลือแร่ แต่นี่ไม่มีเลย เงียบมาก แปลก ๆ แต่ก็รู้สึกโอเค

เจอนักวิ่งมาราธอนมาเตรียมตัวกันไม่มากเท่าที่คาด กะ ๆ ด้วยสายตา น่าจะไม่กี่ร้อยคน (มารู้ทีหลังว่างานนี้มาราธอนมากันแค่ 400 กว่าคน คนอื่นเขาไปวิ่งบุรีรัมย์กัน)

ครั้งนี้เตรียมเจลไว้ 3 ซอง ในกระเป๋าติดเกลือแร่เม็ดอยู่ 4 เม็ด ก็เลยพกไปด้วย

เสียงแตรปล่อยตัวมาราธอนดังตรงเวลา 3.00 ตรง ผมออกตัวพร้อมโก้ กะว่าจะวิ่งกันไปเรื่อย ๆ เพราะ pace เราใกล้เคียงกัน และตอนซ้อมก็ซ้อมด้วย pace ใกล้ ๆ กัน แต่ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่าไม่ต้องรอกัน

อาการผิดปกติผมเริ่มมาออกตอนหลังจากกลับตัวจากห้วยตึงเฒ่าแล้วสักพัก นั่นคือ “ท้องอืด” และมันก็ค่อย ๆ มากขึ้นตามระยะทางที่วิ่ง สุดท้ายตัดสินใจบอกโก้ว่าไม่ต้องรอ ให้นำไปเลยตอนอยู่แถว ๆ แยกโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ

อาการท้องอืดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมาจุกที่ลิ้นปี่ และต้องตัดสินใจเดิน เดินไปไกลแค่ไหนไม่รู้ แต่ก็พยายามวิ่งสลับไปด้วย เพราะไม่อยากใช้เวลานาน พยายามหาวิธีเรอให้ลมมันออก หรือตดออกมา เผื่ออะไร ๆ จะดีขึ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องหยุดยืนเฉย ๆ จนมีน้องทีมงานขี่จักรยานผ่านมาถาม ผมเลยถามว่ามี air-x ไหม น้องเค้าก็บอกว่าไม่มี พี่เดินต่อไหวไหม ก็บอกว่าไหวอยู่ แล้วก็เดินต่อ และมีพี่อีกคนหนึ่งมาถามว่าเจ็บขาเหรอ เลยบอกไปว่าท้องอืดครับ เค้าก็ทำท่าเหมือนกับจะช่วยยังไงดี ก็เลยบอกไปว่าไม่เป็นไรครับ เค้าก็วิ่งต่อ เราก็เดินสลับวิ่งต่อ

สุดท้ายก็เจอตัวช่วยข้างทาง นั่นคือ 7-11 เลยตัดสินใจเข้า 7-11 ไปซื้อ air-x แล้วกินไป 2 เม็ด ประมาณไม่เกิน 10 นาที ก็รู้สึกดีขึ้น แล้วก็เริ่มกลับมาทำความเร็วตามที่ตั้งใจไว้ได้

วิ่งไปสักพักก็เจอกับชาวบ้านแถวนั้นเค้ามาออกกำลังกาย แล้วก็มาขอวิ่งด้วยเฉย เลยได้เพื่อนคุยกันไปตั้งแต่แถว ๆ ตลาดแม่เหียะ ไปจนกลับตัวที่แยกหนองควาย เข้าพืชสวนโลก และมาแยกกันที่ตลาดแม่เหียะก่อนที่จะแยกกับพี่เขาอาการปวดท้องก็กลับมาอีก ครั้งนี้ยังพอโอเค ได้ air-x อีก 2 เม็ดที่เหลือมาจัดการก่อนที่อาการจะกลับไปหนักเหมือนครั้งแรก แต่ก็ทำให้ต้องเดินไปสักพัก

วิ่ง ๆ เดิน ๆ มาจนถึงเกือบ ๆ แยกหลังมอ อาการตึงแถวเอ็นร้อยหวายก็มาทักทาย เลยตัดสินใจรบกวนน้อง ๆ ที่เตรียมสเปรย์มาให้ช่วยพ่น แล้วก็เดินสลับวิ่งมาจนเลี้ยวเข้าหลังมอ

ถึงหลังมอก็เริ่มกลับมาคึก เพราะเห็นมหาลัยตัวเอง ก็เริ่มทำความเร็วอีกหน่อย แต่ก็ไปได้ไม่ไกล เพราะเอ็นร้อยหวายยังตึงอยู่ เลยเปลี่ยนเป็นวิ่ง ๆ สลับกับวิ่งเหยาะ ๆ จนเลี้ยวเข้ามหาลัย

เจอน้อง ๆ กองเชียร์ตรงวงเวียนหอนาฬิกา ไม่รู้ว่าจากคณะไหน แต่ดูคึกมาก ทำเอาคึกไปด้วย เหมือนได้พลังกลับมาอีกนิด ก็คึกอีก วิ่งเร็วอีก และก็เหมือนเดิมอีก เร็วได้ไม่ไกล เหนื่อยก่อน เลยตัดสินใจออมแรงไว้ดีกว่า ระหว่างนี้ก็โทรบอกนกฮูก ว่าจะถึงเส้นชัยแล้วนะ

วิ่งไปเจอทางลาดกับเนินสุดโหดหน้าหอสมุด ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังเอาไหวอยู่ ตอนไต่เนินก็ยังทำความเร็วได้อยู่ ดีที่ก่อนหน้านี้ตัดสินใจออมแรงไว้

สุดท้ายขึ้นอ่างแก้ว เห็นว่าใกล้ถึงศาลาอ่างแก้วแล้วเลยตัดสินใจทำความเร็วด้วยแรงที่เหลือจนเข้าเส้นชัย เจอนกฮูกที่เส้นชัยยืนถ่ายวีดีโอให้อยู่ กะว่าจะวิ่งไปกอด แต่คุ้น ๆ ว่าเคยได้ยินว่าเวลาเข้าเส้นชัยอย่าเพิ่งหยุด ให้วิ่งเหยาะ ๆ หรือเดินไปก่อน เดี๋ยวน็อค เลยวิ่งเลยนกฮูกไปนิดหน่อย

งานนี้จบด้วยเวลาตามนาฬิกาที่ 5.22 ชั่วโมงกว่า ๆ ส่วน gun time ประมาณ 5.23 ชั่วโมงกว่า ๆ

งานนี้

  • bib รับง่าย สะดวกมาก มี chip ด้วย ถึงแม้ข้อมูลของผมจะผิด แต่อาจารย์ก็แก้ไขให้รวดเร็วดี
  • เสื้อสวยดีครับ ทั้งเสื้อวิ่ง และเสื้อ Finisher ครับ
  • ทีมงาน ทั้งน้อง ๆ นักศึกษา และทีมที่มาช่วยงานท่านอื่น ๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสดีเลยครับ
  • งานนี้น้ำ เกลือแร่ ผลไม้ ยา อุดมมาก
  • บรรยากาศเลิศมากครับ ยกเว้นตอนช่วงวิ่งหลังมอ ร้านอาหารเริ่มมาแล้ว กลิ่มหอมฉุย วิ่งไปหิวไป
  • admin facebook น่ารักครับ อารมณ์ดีตลอด ติดตลกด้วย
  • มีระบบ chip เจ๋งดีครับ ทั้งแสดงผลการแข่งขัน จัดอันดับ แล้วก็ระบบ auto post ใน facebook มันล้ำมากครับ

ขอขอบคุณ

  • นกฮูก ที่คอยให้กำลังใจกันมาตลอด ไปซ้อมวิ่งด้วยกันเกือบทุกครั้ง รักเมียมากมายนะ 
  • ป๊าม้า ที่นั่งรอตอนไปซ้อมวิ่งด้วยกันด้วยนะ เลิฟยู 
  • โก้ ทีหลงกลมาวิ่งด้วยกันถึงระยะฟูล ผมภูมิใจกับคุณมากนะ
  • น้อง ๆ ทีม 24.7 Runners ที่คอยให้กำลังใจกัน และมาซ้อมด้วยกันมาตลอด
  • อาจารย์บ๊อบบี้ ที่ถามผมว่าเมื่อไหร่ผมจะมาวิ่งมาราธอนกับอาจารย์ ผมมาแล้วนะครับ งานเดียวกันด้วย ถึงแม้จะเข้าหลังอาจารย์ครึ่งชั่วโมงก็ตาม 555555
  • คณะวิศวะ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วยครับ ที่จัดงานเจ๋ง ๆ แบบนี้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *